suriya

เรื่องระบบสุริยะยังมีอะไรน่าสนใจให้ได้ทำความรู้จักกันอีกมากมาย เรียกว่าหลายคนค่อนข้างให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ค่อนข้างมาก ส่วนหนึ่งอาจมาจากมันมองเหมือนเป็นเรื่องไกลตัวแต่มันก็ใกล้ตัวไม่น้อยเช่นกัน อย่างดาวที่มีขนาดเล็กที่สุดในระบบสุริยะจักรวาลของเราคือดาวพุธ ซึ่งดาวดวงนี้ยังมีอะไรน่าสนใจอีกมากมายให้ทุกคนได้ทำการศึกษากัน ดังนั้นลองมาทำความรู้จักกับดาวที่ได้ชื่อว่าเล็กที่สุดในระบบสุริยะกันดู
ดาวพุธ ดาวเคราะห์ที่เล็กที่สุดในระบบสุริยะ
หากเทียบกับดวงดาวทุกดวงในระบบสุริยะ ดาวพุธถือเป็นดาวที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดรวมถึงมีขนาดเล็กมากที่สุด ระยะเวลาในการโคจรรอบดวงอาทิตย์คือ 87,969 วัน มักปรากฏอยู่ใกล้ๆ หรือใต้แสงจ้าของดวงอาทิตย์จึงสังเกตเห็นค่อนข้างยาก เป็นดาวที่ไม่มีบริวาร มนุษย์เคยส่งยานอวกาศลำเดียวที่ขึ้นไปสำรวจดางดวงนี้ได้ในระยะใกล้ที่สุดคือ ยานมาริเนอร์ 10 ตั้งแต่ช่วงปี 2517 – 2518 อีกทั้งยังทำแผนที่พื้นผิวของดาวพุธได้แค่ราวๆ 40 – 45% เท่านั้น ลักษณะพื้นผิวโดยทั่วไปของดาวพุธมีความขรุขระเพราะเกิดจากการพุ่งชนของอุกกาบาต ยิ่งไม่มีดวงจันทร์เป็นบริวารยิ่งทำให้ไร้แรมโน้มถ่วงมากพอเพื่อสร้างชั้นบรรยากาศ มีแกนเป็นเหล็กขนาดยักษ์ก่อให้เกิดสนามแม่เหล็กความเข้มข้นราว 1% ของสนามแม่เหล็กโลกโอบล้อมดาวพุธเอาไว้
บรรยากาศของดาวพุธมีความเบาบางและเสถียรภาพต่ำมากเนื่องจากมีขนาดเล็กจนไร้แรงดึงดูดให้มากพอในการกักเก็บอะตอมของก๊าซไว้ ดังนั้นชั้นบรรยากาศของดาวพุธจะประกอบไปด้วยไฮโดรเจน, ออกซิเจน, ฮีเลียม, แคลเซียม, โซเดียม, โพแทสเซียม และน้ำ ความดันบรรยากาศราว 10 -14 บาร์ อีกทั้งบรรยากาศของดาวดวงนี้จะมีการสูญเสียพร้อมถูกทดแทนตลอดเวลาเกิดจากแหล่งที่มาหลายๆ แหล่ง เช่น ไฮโดรเจนและฮีเลียมอาจมาจากลมสุริยะแล้วแพร่เข้าสู่สนามแม่เหล็กของดาวพุธก่อนหลุดออกจากชั้นบรรยากาศไป การสลายตัวของสารกัมมันตรังสีจากแกนของดวงดาวก็อาจเป็นอีกช่องทางในการเติมเต็มฮีเลียม, โซเดียม และโพแทสเซียมให้กับบรรยากาศของดาวดวงนี้
อีกเรื่องน่าสนใจคือดาวพุธไม่เคยถูกแสงแดดแบบโดยตรงเลยเพราะการสำรวจเผยให้เห็นถึงแถบสะท้อนเรดาร์ขนาดยักษ์อยู่ตรงขั้วของดาวโดยน้ำแข็งเป็นสารเพียงไม่กี่ชนิดที่สะท้อนเรดาร์ออกมาได้ดีแบบนี้ เชื่อกันว่าน้ำแข็งนี้อยู่ลึกลงไปใต้พื้นผิวแค่ไม่กี่เมตร มีประมาณ 1014 – 1015 กก. ซึ่งถือว่าเยอะมากๆ แต่ที่มาของน้ำแข็งดังกล่าวยังหาคำตอบไม่ได้ทว่ามีข้อสันนิษฐานอาจเกิดจากการพุ่งชนของอุกกาบาตเมื่อหลายล้านปีก่อนไม่ก็เกิดจากภายในของดาวพุธเอง