Solar systempic

ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะที่สิ่งมีชีวิตสามารถอาศัยอยู่ได้

หากว่ากันถึงดาวเคราะห์ในระบบสุริยะของเราโดยนับจากนักดาราศาสตร์ให้การยอมรับจะประกอบไปด้วยดาวพุธ, ดาวศุกร์, โลก, ดาวอังคาร, ดาวพฤหัสบดี, ดาวเสาร์, ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน แต่ถ้าเวลานี้ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะที่สามารถระบุได้เลยว่ามีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่คงมีแห่งเดียวเท่านั้นคือ โลก ของเรา เนื่องจากเราเองไม่สามารถวิเคราะห์ได้อย่างชัดเจนว่าจะมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อาศัยบนดาวดวงอื่นหรือไม่ด้วยเหตุผลหลายประการ ทั้งการเดินทางไปสำรวจยังทำไม่ได้ แม้มีการคาดเดาไปต่างๆ นานาทว่าในเมื่อมันยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดจึงหาข้อสรุปกันไม่ได้ โลก ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะที่สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ โลกถือเป็นดาวเคราะห์ห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลำดับที่ 3 อาจบอกได้ว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์สุดๆ เมื่อเวลานี้เรายังคงนับว่านี่คือดาวดวงเดียวในระบบสุริยะที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ หากคิดพื้นฐานง่ายๆ สุด บนโลกของเรามีทั้งน้ำ อากาศ และทรัพยากรธรรมชาติเหมาะสมเพื่อการดำรงชีวิต ส่งผลให้ดาวดวงนี้เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน บังเกิดสิ่งมีชีวิตจำนวนมากค่อยๆ สืบพันธุ์และอยู่อาศัยกันมากว่าหลายร้อยล้านปี จากการศึกษายังเชื่อด้วยว่าไดโนเสาร์คือกลุ่มสิ่งมีชีวิตกลุ่มแรกซึ่งอาศัยบนโลกใบนี้แต่ก็ยังไม่รวมสัตว์น้ำ แมลงและสัตว์สปีชีส์อื่นๆ อีกมาก เมื่อมีการแบ่งชั้นบรรยากาศของโลกจะแบ่งออกได้ทั้งหมด 5 ชั้น นั่นจึงเป็นปัจจัยสำคัญทำให้โลกเกิดความสมดุล เหมาะกับการดำรงชีวิต มีดาวบริวารคือดวงจันทร์ซึ่งเป็นตัวกำหนดการหมุนรอบตัวเองของโลก สิ่งนี้ก่อให้เกิดทั้งกลางวันกับกลางคืนอย่างเหมาะสม ต่างกับดาวเคราะห์หลายดวงที่ช่วงเวลากลางคืนมักยาวนานเกินไป นี่คืออีกจุดที่ทำให้โลกยังคงถูกเชื่อว่าเป็นดาวเคราะห์ในระบบสุริยะเพียงดวงเดียวที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ อีกทั้งทุกสิ่งที่อยู่รู้จักการปรับตัวเพื่อให้เกิดความเหมาะสมต่อสภาพอากาศ การมีน้ำจำนวนมากคืออีกปัจจัยทำให้โลกน่าอยู่อาศัย มีเหตุการณ์น้ำขึ้นน้ำลง สิ่งนี้ก่อให้เกิดความสมดุลกับดวงอาทิตย์เพราะตอนกลางวันอากาศจะไม่ร้อนเกินไปอีกทั้งกลางคืนอากาศจะไม่เย็นจนเกินไปเนื่องจากเกิดแสงตรงดวงจันทร์ แต่เหมือนกับเราทุกคนรู้กันดีว่าโลกประกอบไปด้วยพื้นน้ำถึง 70% หรือ 1 ใน 3 ของพื้นที่ทั้งหมด อีกทั้งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าพื้นน้ำจะค่อยๆ กลืนกินพื้นดินของโลกเข้าไปทีละเล็กทีละน้อย […]

คุณรู้ไหมการสำรวจดาวอังคารใช้เวลาเดินทางเท่าไหร่

ย้อนไปในวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 องค์การ NASA ได้ส่งยานอวกาศนาม Maven  ในวันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 เวลา 13:28 น.  ณ แหลม Canaveral  ฐานทัพอากาศสหรัฐอเมริกา รัฐ Florida เพื่ออกไปโคจรรอบดาวอังคาร  ยานอวกาศ Maven  ได้มุ่งหน้าสู่ดาวอังคาร โดยมีระยะห่างจากโลกประมาณ  22,526 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางถึง 10 เดือน และมันจะเข้าสู่วงโคจรของดาวอังคารในเดือนกันยายน พ.ศ. 2557 ยานอวกาศ Maven  ได้ติดตั้งอุปกรณ์ เพื่อใช้ในการสำรวจชั้นบรรยากาศของดาวอังคาร จากหลักฐานบนดาวอังคารแสดงให้เห็นว่าครั้งหนึ่งดาวนี้ เคยถูกปกคลุมไปด้วยบรรยากาศอันหนาแน่น  สอดประสานกับการค้นพบหลักฐานว่าเคยมีของเหลวไหลอยู่บนพื้นผิวของดาวอังคาร  แต่ปัจจุบันนี้พบว่าความดันของดาวอังคารบริเวณพื้นผิว เหลือเพียงแค่ 0.6% สภาพทางธรณีวิทยาของดาวอังคารยังเผยให้เห็นเส้นทางที่ถูกกัดเซาะของน้ำอย่างเห็นได้ชัด  โดยมีการพิสูจน์ให้เห็นว่า ในอดีตดาวเคราะห์ดวงนี้เคยมีบรรยากาศหนาแน่นมาก  ส่วนอธิบายที่ดีที่สุดสำหรับการสูญเสียความดันในขณะนี้ คือ ดาวอังคารได้ผ่านช่วงเวลาแห่งการกัดเซาะจากอนุภาค รวมทั้งเกิดการรั่วไหลอันเกิดจากผลของลมสุริยะ ยานอวกาศ Maven […]

เมื่อดาวเคราะห์มาอยู่เรียงกันจะมีผลเกี่ยวกับโลกไหม

ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในระบบสุริยะจักรวาลจริงๆ แล้วมีอยู่ด้วยกันมากมายขนาดที่ว่าโลกที่เราอาศัยอยู่ว่ากว้างใหญ่ไพศาลแล้วยังเทียบไม่ได้กับเศษเสี้ยวของแกแล็กซี่ทางช้างเผือกที่โลกของเราโคจรอยู่เลยด้วยซ้ำ ซึ่งถ้าให้เข้าใจกว้างขึ้นไปอีกแกแล็กซี่ทางช้างเผือกก็เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลไม่รู้จบ ดังนั้นปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับระบบสุริยะของเรามันยังมีอะไรให้ต้องเรียนรู้อีกมากมายอย่างกรณีที่มีการวิเคราะห์ว่า หากดาวเคราะห์ทั้งหมด 8 ดวง มาเรียงกันจะมีผลอะไรเกี่ยวกับโลกหรือไม่ ผลกระทบของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะจักรวาลหากมีการเรียงตัวกัน ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าระบบสุริยะจักรวาลของเรามีสิ่งที่เรายังไม่สามารถค้นพบได้อีกมากมาย ดังนั้นปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นแล้ว ยังไม่เกิดขึ้นแต่คาดว่าจะเกิดขึ้นทุกอย่างเป็นไปได้หมด ซึ่งตามหลักดาราศาสตร์ที่มีการวิเคราะห์ไปต่างๆ นานาก็ยังไม่สามารถหาข้อพิสูจน์หรือข้อสรุปอะไรที่แน่ชัดได้ แต่จากที่หลายๆ คนได้เคยวิเคราะห์เอาไว้เกี่ยวกับการเรียงตัวกันของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะจักรวาลก็คาดว่าต่อให้เกิดขึ้นจริงก็ไม่น่าจะส่งผลกระทบอะไรต่อโลกของเรามากนักไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม แผ่นดินไหว หรือโลกมีแต่ตอนกลางคืน แต่ในความเป็นจริงนักดาราศาสตร์ทั่วโลกจะรู้ดีอยู่แล้วว่าระบบสุริยะจักรวาลเป็นสิ่งที่มีระบบระเบียบด้านการเรียงตัวชัดเจนซึ่งเกิดจากแรงดึงดูดของดวงอาทิตย์ทำให้ดาวเคราะห์ทุกๆ ดวงถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ รวมไปถึงวงโคจรต่างๆ ของดาวเคราะห์ทุกดวงด้วย นั่นเพราะดวงอาทิตย์คือดาวฤกษ์ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบสุริยะจักรวาลของเรามาก มีอายุยาวนานกว่า 5,000 ล้านปี ห่างจากโลกเราราว 150 ล้าน กม. ดาวเคราะห์แต่ละดวงจะไม่มีแรงดึงดูดถึงกันจะมีการเกิดแรงดึงดูดได้เฉพาะกับดาวเคราะห์กับดาวบริวารเท่านั้น อย่างโลกของเรามีดวงจันทร์เป็นดาวบริวาร 1 ดวง ก็จะทำให้เกิดแรงดึงดูดเป็นปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เราสัมผัสกัน เอาเข้าจริงแล้วปรากฏการณ์ที่ว่าหากดาวเคราะห์เรียงตัวกันจะเกิดผลกระทบอะไรกับโลกหรือไม่ เหนือสิ่งอื่นใดคือหากจะเกิดอะไรขึ้นจริงก็ลองรอให้สิ่งที่ว่านี้เกิดขึ้นมาก่อนดีกว่า การคาดเดาต่างๆ นานาไม่ได้ทำให้เรามั่นใจได้ว่าสิ่งที่คิดเมื่อเกิดขึ้นจริงจะเป็นไปอย่างที่บอกทั้งหมด ในเมื่อยังไม่มีปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมาเลยก็ไม่มีใครสามารถให้คำตอบที่แน่ชัดได้ว่าจะเกิดหรือไม่เกิด ทั้งหมดเป็นเพียงการคาดเดา การวิเคราะห์เท่านั้นจากคนที่มีประสบการณ์

Earth-Evolution

ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะที่สิ่งมีชีวิตสามารถอาศัยอยู่ได้

หากว่ากันถึงดาวเคราะห์ในระบบสุริยะของเราโดยนับจากนักดาราศาสตร์ให้การยอมรับจะประกอบไปด้วยดาวพุธ, ดาวศุกร์, โลก, ดาวอังคาร, ดาวพฤหัสบดี, ดาวเสาร์, ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน แต่ถ้าเวลานี้ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะที่สามารถระบุได้เลยว่ามีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่คงมีแห่งเดียวเท่านั้นคือ โลก ของเรา เนื่องจากเราเองไม่สามารถวิเคราะห์ได้อย่างชัดเจนว่าจะมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อาศัยบนดาวดวงอื่นหรือไม่ด้วยเหตุผลหลายประการ ทั้งการเดินทางไปสำรวจยังทำไม่ได้ แม้มีการคาดเดาไปต่างๆ นานาทว่าในเมื่อมันยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดจึงหาข้อสรุปกันไม่ได้ โลก ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะที่สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ โลกถือเป็นดาวเคราะห์ห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลำดับที่ 3 อาจบอกได้ว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์สุดๆ เมื่อเวลานี้เรายังคงนับว่านี่คือดาวดวงเดียวในระบบสุริยะที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ หากคิดพื้นฐานง่ายๆ สุด บนโลกของเรามีทั้งน้ำ อากาศ และทรัพยากรธรรมชาติเหมาะสมเพื่อการดำรงชีวิต ส่งผลให้ดาวดวงนี้เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน บังเกิดสิ่งมีชีวิตจำนวนมากค่อยๆ สืบพันธุ์และอยู่อาศัยกันมากว่าหลายร้อยล้านปี จากการศึกษายังเชื่อด้วยว่าไดโนเสาร์คือกลุ่มสิ่งมีชีวิตกลุ่มแรกซึ่งอาศัยบนโลกใบนี้แต่ก็ยังไม่รวมสัตว์น้ำ แมลงและสัตว์สปีชีส์อื่นๆ อีกมาก เมื่อมีการแบ่งชั้นบรรยากาศของโลกจะแบ่งออกได้ทั้งหมด 5 ชั้น นั่นจึงเป็นปัจจัยสำคัญทำให้โลกเกิดความสมดุล เหมาะกับการดำรงชีวิต มีดาวบริวารคือดวงจันทร์ซึ่งเป็นตัวกำหนดการหมุนรอบตัวเองของโลก สิ่งนี้ก่อให้เกิดทั้งกลางวันกับกลางคืนอย่างเหมาะสม ต่างกับดาวเคราะห์หลายดวงที่ช่วงเวลากลางคืนมักยาวนานเกินไป นี่คืออีกจุดที่ทำให้โลกยังคงถูกเชื่อว่าเป็นดาวเคราะห์ในระบบสุริยะเพียงดวงเดียวที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ อีกทั้งทุกสิ่งที่อยู่รู้จักการปรับตัวเพื่อให้เกิดความเหมาะสมต่อสภาพอากาศ การมีน้ำจำนวนมากคืออีกปัจจัยทำให้โลกน่าอยู่อาศัย มีเหตุการณ์น้ำขึ้นน้ำลง สิ่งนี้ก่อให้เกิดความสมดุลกับดวงอาทิตย์เพราะตอนกลางวันอากาศจะไม่ร้อนเกินไปอีกทั้งกลางคืนอากาศจะไม่เย็นจนเกินไปเนื่องจากเกิดแสงตรงดวงจันทร์ แต่เหมือนกับเราทุกคนรู้กันดีว่าโลกประกอบไปด้วยพื้นน้ำถึง 70% หรือ 1 ใน 3 ของพื้นที่ทั้งหมด อีกทั้งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าพื้นน้ำจะค่อยๆ กลืนกินพื้นดินของโลกเข้าไปทีละเล็กทีละน้อย […]

spherepicturenew

การค้นพบดาวเคราะห์ 7 ดวง คาดว่าสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่

อีกหนึ่งก้าวสำคัญของหมู่มวลมนุษยชาติ เมื่อ NASA  ค้นพบระบบสุริยะใหม่ อันประกอบด้วยดาวฤกษ์ 1 ดวง กับดาวเคราะห์อีก 7 ดวง โดยใน 3 ดวงนี้สิ่งมีชีวิตสามารถอาศัยได้ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 NASA ได้ตั้งโต๊ะจัดงานแถลงข่าว ณ Washington dc ประเทศสหรัฐฯ มีการเปิดเผยถึงการค้นพบอันยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ โดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Spitzer ได้ทำการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ โดยมีขนาดใกล้เคียงกับโลก ทั้งหมด 7 ดวง โคจรรอบดาวฤษ์ 1 ดวง ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับระบบสุริยะที่เราอาศัยอยู่ขณะนี้  ระบบสุริยะเหล่านี้อยู่ห่างจากโลก ประมาณ 378 ล้านล้านกิโลเมตร ในกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ ระบบสุริยะนี้มีชื่อเรียกว่า TRAPPIST-1 โดยมาจากชื่อของกล้องโทรทรรศน์ The Transiting Planets and Planetesimals Small Telescope ในประเทศ Chile  เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี […]

ทำความรู้จักดาวเคราะห์ทั้ง 8 ในระบบสุริยะ

ระบบสุริยะจักรวาลเป็นสิ่งที่น่าสนใจไม่น้อยในมุมมองของการค้นหาด้านความน่าสนใจต่างๆ เพราะนอกจากโลกของเราแล้วนักดาราศาสตร์เองก็ได้มีการวิเคราะห์ถึงดาวเคราะห์ต่างๆ อีก 7 ดวงที่มีศูนย์กลางคือดวงอาทิตย์ มาทำความรู้จักกับดาวเคราะห์ทั้ง 8 ดวงดีกว่าว่ามีอะไรกันบ้าง ดาวเคราะห์ทั้ง 8 ที่สำคัญของระบบสุริยะ ดาวพุธ – เป็นดาวที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด ไร้ดาวบริวาร เป็นดาวเคราะห์ขนาดเล็กที่สุดในระบบสุริยะจักรวาล ใช้เวลาโคจรรอบดวงอาทิตย์ 88 วัน แต่หมุนรอบตัวเองใช้เวลา 180 วัน ดาวพุธได้รับฉายาว่า เตาไฟแช่แข็ง ดาวศุกร์ – ดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้โลกมากที่สุด ไม่มีดวงจันทร์เป็นบริวารเหมือนโลก ขนาดใกล้เคียงโลกมากแต่เล็กกว่านิดหน่อย มักเรียกว่านี่คือดาวฝาแฝดของโลก เวลาใกล้ค่ำหากเห็นดาวศุกร์จะเรียกว่า ดาวประจำเมือง แต่ถ้ารุ่งสางจะเรียกว่า ดาวรุ่ง โลก – คาดว่าเป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ เพราะมีชั้นบรรยากาศ มีระยะห่างจากดวงอาทิตย์เหมาะแก่การเจริญเติบโต การมีชีวิตอยู่ เกิดจากการรวมตัวของก๊าซ มีการเคลื่อนที่สลับซับซ้อน มีดวงจันทร์ 1 ดวงเป็นบริวาร ดาวอังคาร – พื้นผิวของดาวอังคารมักมีพายุฝุ่น และปรากฏการณ์เมฆบ่อยๆ มีลักษณะพร้อมองค์ประกอบใกล้เคียงโลก เช่น หมุนรอบตัวเองใช้เวลา 6 ชม. มีดวงจันทร์เป็นบริวาร […]

Little_star

ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะที่เล็กที่สุดในโลก

 เรื่องระบบสุริยะยังมีอะไรน่าสนใจให้ได้ทำความรู้จักกันอีกมากมาย เรียกว่าหลายคนค่อนข้างให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ค่อนข้างมาก ส่วนหนึ่งอาจมาจากมันมองเหมือนเป็นเรื่องไกลตัวแต่มันก็ใกล้ตัวไม่น้อยเช่นกัน อย่างดาวที่มีขนาดเล็กที่สุดในระบบสุริยะจักรวาลของเราคือดาวพุธ ซึ่งดาวดวงนี้ยังมีอะไรน่าสนใจอีกมากมายให้ทุกคนได้ทำการศึกษากัน ดังนั้นลองมาทำความรู้จักกับดาวที่ได้ชื่อว่าเล็กที่สุดในระบบสุริยะกันดู ดาวพุธ ดาวเคราะห์ที่เล็กที่สุดในระบบสุริยะ หากเทียบกับดวงดาวทุกดวงในระบบสุริยะ ดาวพุธถือเป็นดาวที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดรวมถึงมีขนาดเล็กมากที่สุด ระยะเวลาในการโคจรรอบดวงอาทิตย์คือ 87,969 วัน มักปรากฏอยู่ใกล้ๆ หรือใต้แสงจ้าของดวงอาทิตย์จึงสังเกตเห็นค่อนข้างยาก เป็นดาวที่ไม่มีบริวาร มนุษย์เคยส่งยานอวกาศลำเดียวที่ขึ้นไปสำรวจดางดวงนี้ได้ในระยะใกล้ที่สุดคือ ยานมาริเนอร์ 10 ตั้งแต่ช่วงปี 2517 – 2518 อีกทั้งยังทำแผนที่พื้นผิวของดาวพุธได้แค่ราวๆ 40 – 45% เท่านั้น ลักษณะพื้นผิวโดยทั่วไปของดาวพุธมีความขรุขระเพราะเกิดจากการพุ่งชนของอุกกาบาต ยิ่งไม่มีดวงจันทร์เป็นบริวารยิ่งทำให้ไร้แรมโน้มถ่วงมากพอเพื่อสร้างชั้นบรรยากาศ มีแกนเป็นเหล็กขนาดยักษ์ก่อให้เกิดสนามแม่เหล็กความเข้มข้นราว 1% ของสนามแม่เหล็กโลกโอบล้อมดาวพุธเอาไว้ บรรยากาศของดาวพุธมีความเบาบางและเสถียรภาพต่ำมากเนื่องจากมีขนาดเล็กจนไร้แรงดึงดูดให้มากพอในการกักเก็บอะตอมของก๊าซไว้ ดังนั้นชั้นบรรยากาศของดาวพุธจะประกอบไปด้วยไฮโดรเจน, ออกซิเจน, ฮีเลียม, แคลเซียม, โซเดียม, โพแทสเซียม และน้ำ ความดันบรรยากาศราว 10 -14 บาร์ อีกทั้งบรรยากาศของดาวดวงนี้จะมีการสูญเสียพร้อมถูกทดแทนตลอดเวลาเกิดจากแหล่งที่มาหลายๆ แหล่ง เช่น ไฮโดรเจนและฮีเลียมอาจมาจากลมสุริยะแล้วแพร่เข้าสู่สนามแม่เหล็กของดาวพุธก่อนหลุดออกจากชั้นบรรยากาศไป การสลายตัวของสารกัมมันตรังสีจากแกนของดวงดาวก็อาจเป็นอีกช่องทางในการเติมเต็มฮีเลียม, โซเดียม และโพแทสเซียมให้กับบรรยากาศของดาวดวงนี้ อีกเรื่องน่าสนใจคือดาวพุธไม่เคยถูกแสงแดดแบบโดยตรงเลยเพราะการสำรวจเผยให้เห็นถึงแถบสะท้อนเรดาร์ขนาดยักษ์อยู่ตรงขั้วของดาวโดยน้ำแข็งเป็นสารเพียงไม่กี่ชนิดที่สะท้อนเรดาร์ออกมาได้ดีแบบนี้ เชื่อกันว่าน้ำแข็งนี้อยู่ลึกลงไปใต้พื้นผิวแค่ไม่กี่เมตร […]

Earth

โลกแตกต่างจากดาวเคราะห์อื่นตรงไหน

แม้ว่าวงการวิทยาศาสตร์ของเราก้าวหน้าไปมากแค่ไหน แต่เชื่อหรือไม่ว่ายิ่งเราก้าวหน้า รู้เยอะเท่าไร เรากลับรู้ว่าเรายิ่งรู้น้อยมากทีเดียว ยิ่งเป็นเรื่องราวของอวกาศนอกโลกยิ่งแล้วเข้าไปใหญ่ หลายคำถามก็ยังไม่ได้รับคำตอบเลยแต่บางคำตอบก็พอจะเห็นข้อมูลบ้าง อย่างเช่นคำถามที่ว่า โลกแตกต่างจากดาวเคราะห์อื่นตรงไหนบ้าง สิ่งมีชีวิต สิ่งแรกเลยที่โลกแตกต่างจากดาวเคราะห์ดวงอื่น นั่นคือสิ่งมีชีวิต โลกของเราเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตมากมายหลากหลายสายพันธุ์เลยทีเดียว ปริมาณก็มากด้วย ทำให้โลกแตกต่างมากหากเทียบกับดวงดาวอื่นในระบบสุริยะของเราเองที่ไม่มีดาวเคราะห์ดวงไหนมีสิ่งมีชีวิตเลย ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ตามนั่นทำให้เราต้องเจอกับคำถามที่ว่าเราเป็นสิ่งมีชีวิตเดียวบนจักรวาลอันไกลพ้นนี่หรือเปล่า ซึ่งก็หวังว่าคงมีดาวเคราะห์สักดวงที่มีสิ่งมีชีวิต น้ำ ถัดมาจากข้อแรกสาเหตุสำคัญที่ทำให้ดาวเคราะห์แต่ละดวงไม่มีสิ่งมีชีวิตนั่นคือว่า ดาวเคราะห์ไม่มีน้ำเลย พอไม่มีน้ำก็ไม่มีชีวิต แตกต่างจากโลกของเราที่มีน้ำเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น มหาสมุทร ทะเล น้ำตก ทะเลสาบ น้ำใต้ดิน และอีกมากมาย ทำให้สิ่งมีชีวิตอยู่ได้ อย่างไรก็ดีแม้ว่าโลกจะมีน้ำอย่างมากมาย แต่หากเราไม่ช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม เราก็อาจจะไม่มีน้ำก็ได้ซึ่งนั่นหมายถึงเราก็มีชีวิตไม่ได้ อุณหภูมิ เรื่องของสภาพอากาศและอุณหภูมิก็เป็นอีกเรื่องที่โลกของเราแตกต่างจากดาวเคราะห์ดวงอื่น เนื่องจากโลกของเราแม้ว่าจะมีอุณหภูมิแตกต่างกันบ้างแต่ละสภาพพื้นที่แต่ก็ไม่ได้แตกต่างกันมาก ซึ่งไม่เหมือนดาวเคราะห์ดวงอื่นที่อาจจะมีอุณหภูมิสูงหรือต่ำเกินไปจนสิ่งมีชีวิตไม่สามารถทนอยู่ได้ หรืออีกมุมหนึ่ง โลกของเราอุณหภูมิในแต่ละวันไม่แตกต่างกันมาก ไม่เหมือนกับดาวเคราะห์บางดวงที่ตอนเช้าร้อนจัด และตอนเย็น เย็นจัดแบบแตกต่างสุดขั้วเลย ดวงดาวบริวาร พูดถึงโลกของเราแล้ว จะไม่พูดถึงดวงจันทร์ซึ่งเป็นบริวารก็คงไม่ได้เลย โลกของเราเป็นดาวเคราะห์ที่มีบริวารน้อยกว่าดวงอื่นเค้า แม้ว่าจะมีดวงจันทร์เป็นบริวารเพียงแค่ 1 ดวง แต่กลับเป็นบริวารที่มีอิทธิพลต่อโลกเราไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำขึ้นน้ำลงที่ดวงจันทร์มีอิทธิพลด้วย ยังไม่นับเรื่องของความเชื่อที่เกี่ยวข้องอีกทางหนึ่ง แร่ธาตุ สุดท้ายเป็นเรื่องของอากาศที่โลกของเรามีอากาศสำหรับการหายใจและดำรงชีวิตอย่างเต็มที่แต่ดวงอื่นกลับไม่มี นั่นเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้โลกแตกต่างจากดาวเคราะห์ดวงอื่น ซึ่งไม่น่าเชื่อว่า […]

NASA

รู้หรือไม่ดาวเคราะห์ดวงใหม่ที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบคือดาวอะไร

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาไม่นานนี้ หลายคนคงทราบข่าวใหญ่ที่แชร์กันไปทั่วโลกโซเชียล เมื่อวงการดาราศาสตร์ทั่วโลกกำลังตื่นเต้นตกตะลึงกับการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ขององค์การนาซ่า นั่นคือ ระบบสุริยะแห่งใหม่ที่คล้ายคลึงกับระบบสุริยะจักรวาลของเราอย่างมาก แล้วยังค้นพบดาวที่มีลักษณะใกล้เคียงกับโลกถึง 7 ดวง จึงมีความเป็นไปได้ว่า อาจจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้นั่นเอง นี่จึงเป็นหนึ่งในการค้นพบครั้งใหญ่และอาจจะนำไปสู่คำถามว่า มนุษย์เราอยู่เพียงลำพังในจักรวาลหรือไม่ การค้นพบนี้ นักดาราศาสตร์ของนาซ่า ได้พิมพ์รายงานวิจัยในนิตยสาร Nature เพื่อเผยแพร่การค้นพบระบบดาวเคราะห์ 7 ดวงที่โคจรรอบดาวฤกษ์ มีชื่อเรียกว่า TRAPPIST-1 ซึ่งดาวเคราะห์เหล่านี้ถูกตั้งชื่อเรียงตามไปว่า TRAPPIST-1b, 1c, 1d, 1e, 1f, 1g, และ 1h ที่น่าสนใจมากก็คือ ทุกดวงมีขนาดใกล้เคียงกับโลกมนุษย์ของเรามาก แล้วยังอยู่ไม่ห่างกันมากนัก โดยห่างจากระบบสุริยะจักรวาลของเราราว 39 ปีแสงเท่านั้น การค้นพบนี้เกิดขึ้นโดยอาศัยข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์ TRAPPIST ที่ตั้งอยู่ในชิลี กล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์ของนาซ่าเอง ทำให้ระบุขนาด วงโคจร มวลของดาวเคราะห์ทั้ง 7 นี้ได้ ทุกดาวล้วนมีผิวดาวเป็นหินเหมือนโลก แล้วยังมีดาวเคราะห์ 3 ดวงที่โคจรในบริเวณ Goldilocks Zone มีการยืนยันแล้วว่า […]

ตำนานของดาวเคราะห์น้อย

เรื่องราวของดาวเคราะห์น้อยเริ่มขึ้นเมื่อราวๆ 4,600 ล้านปีก่อนที่มนุษย์จะเกิด  เชื่อกันว่านักดาราศาสตร์หลายคนพยายามหาความลับของการเกิดขึ้นของดาวเคราะห์น้อย จากการสังเกตค้นคว้าจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ก็มีดาวเคราะห์น้อยมากถึง 20,000 ดวง มีบางดวงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่ถึง 100 กิโลเมตร นอกนั้นก็เป็นเพียงดาวเคราะห์น้อยเล็กๆ ล่องลอยอยู่ประมาณ 200 ดวง  แต่ละดวงมีรูปร่างไม่แน่นอน มีลักษณะเป็นหลุมบ่อเป็นส่วนใหญ่   “แถบดาวเคราะห์น้อย” หรืออีกชื่อคือ Asteroid Belt  จัดเป็นวงโคจรระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัสบดี  เชื่อว่าเกิดมาพร้อมกับดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ แต่ไม่สามารถกลายเป็นดาวเคราะห์จริงๆได้ เพราะมีการรบกวนจากแรงโน้มถ่วงมหาศาลจากดาวยักษ์ใหญ่อย่าง “ดาวพฤหัสบดี”   มีการค้นคว้าอยู่อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทราบถึงที่มาที่ไปอย่างชัดเจนที่สุด “ของดาวเคราะห์น้อย”  นักดาราศาสตร์ในอดีตมีการใช้ “สเปกโตรสโคป” เป็นเครื่องมือในการค้นคว้าองค์ประกอบของดาวเคราะห์ในด้านต่างๆ ได้แก่ ทางเคมีและทางแร่ธาตุที่เป็นส่วนประกอบต่างๆ  รวมถึงมีวิธีวิเคราะห์แสงสะท้อนบนพื้นผิวดาวอีกด้วย  พบว่ามีชิ้นอุกกาบาตบางส่วนที่ตกลงมาสู่โลกนั้น มีส่วนประกอบถึง 1 ใน 3 ทีมีสีเข้มและมีส่วนประกอบหลักเป็น “คาร์บอน” จนได้ฉายาว่า “คาร์บอนาเซียสคอนไดร์ท (carbonaceous chondrites: C-type)”  เป็นอุกกาบาตตระกูล “คาร์บอน”  และส่วนประกอบอื่นๆอีก 1 ใน 6 จะมีสีค่อนข้างแดงลักษณะคล้ายเหล็ก […]