solarsystem

ดาวเคราะห์แคระ มีความสำคัญอย่างไร ?

ดาวเคราะห์แคระ คือ ดาวประเภทหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับดาวเคราะห์ มีการแบ่งแยกตามการแบ่งประเภทของชนิดดาวเคราะห์ ซึ่งอยู่ภายใต้การดำเนินงานของ ‘IAU’ วันที่ 24 สิงหาคม 2006 ดาวแบบใด จึงจะถูกเรียกว่า ‘เคราะห์แคระ’ โคจรอยู่รอบดาวฤกษ์ หากแต่ตัวดาวเองไม่ใช่ดาวฤกษ์แต่อย่างใด หากแต่อย่างไรก็ตาม ‘ดาวเคราะห์แคระ’ มีมวลมากพอที่จะสร้างแรงโน้มถ่วงของตัวเอง จึงทำให้รูปทรงของดาวประเภทนี้มีความสมดุล ‘Hydrostatic’ หรือ พูดง่ายๆ คือ ลักษณะเป็นทรงกลมแบบสมบูรณ์ หากแต่อย่างก็ไรก็ตาม ‘ดาวเคราะห์แคระ’ ไม่อาจควบคุมแรงดึงดูดของวงโคจรของสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบวงโคจรของตัวเองได้ ‘ดาวพลูโต’ กับการเปลี่ยนสถานะกลายเป็น ดาวเคราะห์แคระ สำหรับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้รับเสนอขึ้น ในวันที่ 24 สิงหาคม ค.ศ.2006 ณ สาธารณรัฐ Czechia ภายในงานอันยิ่งใหญ่ การประชุมสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล ส่งผลทำให้นิยามของ ‘ดาวพลูโต’ เปลี่ยนกลายเป็นดาวเคราะห์แคระทันที โดยดาวพลูโตเคยได้รับการยอมรับว่า เป็นดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่อยู่ในระบบสุริยะ สำหรับสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ เป็นเพราะ ‘ดาวพลูโต’ ไม่อาจควบคุมแรงดึงดูดของวงโคจรสิ่งต่างๆ ซึ่งอยู่รอบวงโคจรของตัวเองได้ นั่นเอง ณ ปัจจุบันนี้ […]

ความหมายของคำว่า ดาวเคราะห์ชั้นใน

ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะของเรานั้นยังมีความลับอีกมากมายรอให้เราไปสำรวจ เป็นเรื่องน่าเสียดายว่าระยะทางที่อยู่ไกลกันเกินไปทำให้เราได้เพียงแต่เฝ้ามองดูมันจากบนโลก หรือ ในยานอวกาศเท่านั้นเอง เวลาเราอ่านการจัดกลุ่มดวงดาวในระบบสุริยะอาจจะเคยได้ยินคำว่า ดาวเคราะห์ชั้นใน ดาวเคราะห์ชั้นนอก สองคำนี้แตกต่างกันอย่างไร และมีความหมายว่าอย่างไร เรามีคำอธิบายแบบง่ายมาบอกกัน ดาวเคราะห์ชั้นใน ปัจจุบันเราแบ่งกลุ่มดาวเคราะห์ออกเป็นสองกลุ่มกันก็คือดาวเคราะห์ชั้นใน และ ดาวเคราะห์ชั้นนอก ซึ่งแบ่งตามลักษณะทางกายภาพของดาวดวงนั้น คำว่าดาวเคราะห์ชั้นในหมายถึง ดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ อีกความหมายหนึ่งก็คือ ดาวเคราะห์ที่มีพื้นผิวเป็นของแข็ง ดวงดาวที่ถูกจัดให้อยู่ตำแหน่งดาวเคราะห์ชั้นในได้แก่ ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก และดาวอังคาร ลักษณะพิเศษของดาว ดาวเคราะห์ชั้นในทั้งหมดนี้จะมีจุดแข็ง เรื่องความแข็งของผิวดาวที่แข็งมาก ทั้งสี่ดวงนี้มีลักษณะนี้เหมือนกัน ที่มาของผิวดาวที่แข็ง เกิดจากดาวเคราะห์มีขนาดเล็ก มีมวลไม่มากนัก ตามด้วยการโดนรังสีคลื่นสั้นที่มาพร้อมกลับคลื่นสุริยะจากดวงอาทิตย์แผ่ออกมา ทำให้ดาวถูกกร่อนออกไปจนเหลือแต่แกนปัจจุบันที่แข็งมาก ชั้นบรรยากาศ เรื่องต่อไปที่ดาวเคราะห์ชั้นในเด่นมาก ก็คือเรื่องชั้นบรรยากาศ ดาวเคราะห์สามในสี่ของดาวเคราะห์ชั้นในจะมีชั้นบรรยากาศของตัวเองด้วย นั่นคือ ดาวศุกร์ โลก และ ดาวอังคาร ไม่เพียงเท่านั้นพื้นผิวของดาวจะมีร่องรอยที่เกิดจากการปะทะของอุกกาบาต ไม่ว่าเป็นหลุม เป็นบ่อ ร่องหุบเขา หรือ ภูเขาไฟ หรือเกิดความเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาที่ส่งผลให้กับสิ่งมีชีวิตในดาวดาวนั้นด้วยอย่างโลกเราก็มีเหตุการณ์แบบนั้นด้วย ดาวเคราะห์ชั้นนอก มาว่ากันเรื่องดาวเคราะห์ชั้นนอกกันหน่อย ดาวเคราะห์กลุ่มนี้ถูกแบ่งตามกายภาพ ดาวจะมีลักษณะมีบรรยากาศหนาแน่นมาก ดาวจะมีขนาดใหญ่ มีมวลเยอะ […]

ดาวเคราะห์ 2 ดวงที่คุณต้องรู้ว่าแตกต่างกับโลกของเราอย่างไร

ดาวพุธ (Mercury) ดาวพุธ ซึ่งเป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้กับดวงอาทิตย์มากที่สุด ไม่มีดาวบริวารรอบข้าง เป็นดาวเคราะห์ที่เล็กที่สุดของระบบสุริยะ ด้วยความที่เป็นดาวขนาดเล็ก มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 4,878 กิโลเมตร จึงทำให้ดาวพุธนั้นไม่สามารถสร้างแรงโน้มถ่วงที่มีพลังมากพอที่จะสามารถดึงดูดและกักเก็บของบรรยากาศได้ เพราะฉะนั้นดาวพุธเลยมีแรงโน้วถ่วงที่น้อย และไม่มีชั้นบรรยากาศ ทำให้อาจจะมีวัตถุอวกาศสามารถพุ่งชนได้ง่าย พื้นผิวของดาวพุธจึงมีความขรุขระจากการพุ่งชนของวัตถุบ่อยครั้ง ดาวพุธจะใช้เวลาโคจรรอบดวงอาทิตย์รอบละ 88 วัน แต่ใช้เวลาเพื่อหมุนรอบตัวเอง 1 รอบโดยใช้เวลานานถึง 180 วันเลยทีเดียว ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ดาวพุธจะมีด้านที่หันหน้าเข้าหาดวงอาทิตย์ยาวนานมาก เช่นเดียวกันกับด้านที่หันออกไปทางทิศตรงข้ามของดวงอาทิตย์ ดังนั้น เมื่อด้านที่ดาวพุธหันเข้าหาดวงอาทิตย์นาน และประกอบกับการที่ไม่มีชั้นบรรยากาศ ทำให้ดาวดวงนี้มีแต่ความร้อน ส่วนทางด้านที่หันทิศตรงข้ามดวงอาทิตย์ก็จะมีความเย็นมากเช่นกัน เป็นเหตุผลที่ได้ฉายาว่า เตาไฟน้ำแข็ง ดาวศุกร์ ดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์เพื่อนบ้านของเรา เนื่องจากดาวศุกร์นั้นอยู่ใกล้กับโลกมาก ไม่มีดวงจันทร์เป็นบริวาร ซึ่งดาวศุกร์จะมีขนาดที่เล็กกว่าโลกของเรา แต่มีความใกล้เคียงกับโลกมาก จนทำให้มีชื่อเรียกว่า ฝาแฝดโลก โดยเราสามารถมองเห็นดาวศุกร์ได้ด้วยตาเปล่า โดยสามารถมองเห็นได้ทางทิศตะวันตกในเวลาใกล้จะค่ำ ดาวศุกร์มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 12,104 กิโลเมตร ซึ่งหมุนรอบตัวเอง 1 รอบโดยใช้เวลา 22 วัน มีทิศทางการหมุนที่ไม่เหมือนกับดาวเคราะห์ดวงอื่น ใรระบบสุริยะ คือ เวลาที่ดาวเคราะห์ดวงอื่นหมุนนั้น […]

Solar systempic

ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะที่สิ่งมีชีวิตสามารถอาศัยอยู่ได้

หากว่ากันถึงดาวเคราะห์ในระบบสุริยะของเราโดยนับจากนักดาราศาสตร์ให้การยอมรับจะประกอบไปด้วยดาวพุธ, ดาวศุกร์, โลก, ดาวอังคาร, ดาวพฤหัสบดี, ดาวเสาร์, ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน แต่ถ้าเวลานี้ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะที่สามารถระบุได้เลยว่ามีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่คงมีแห่งเดียวเท่านั้นคือ โลก ของเรา เนื่องจากเราเองไม่สามารถวิเคราะห์ได้อย่างชัดเจนว่าจะมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อาศัยบนดาวดวงอื่นหรือไม่ด้วยเหตุผลหลายประการ ทั้งการเดินทางไปสำรวจยังทำไม่ได้ แม้มีการคาดเดาไปต่างๆ นานาทว่าในเมื่อมันยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดจึงหาข้อสรุปกันไม่ได้ โลก ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะที่สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ โลกถือเป็นดาวเคราะห์ห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลำดับที่ 3 อาจบอกได้ว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์สุดๆ เมื่อเวลานี้เรายังคงนับว่านี่คือดาวดวงเดียวในระบบสุริยะที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ หากคิดพื้นฐานง่ายๆ สุด บนโลกของเรามีทั้งน้ำ อากาศ และทรัพยากรธรรมชาติเหมาะสมเพื่อการดำรงชีวิต ส่งผลให้ดาวดวงนี้เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน บังเกิดสิ่งมีชีวิตจำนวนมากค่อยๆ สืบพันธุ์และอยู่อาศัยกันมากว่าหลายร้อยล้านปี จากการศึกษายังเชื่อด้วยว่าไดโนเสาร์คือกลุ่มสิ่งมีชีวิตกลุ่มแรกซึ่งอาศัยบนโลกใบนี้แต่ก็ยังไม่รวมสัตว์น้ำ แมลงและสัตว์สปีชีส์อื่นๆ อีกมาก เมื่อมีการแบ่งชั้นบรรยากาศของโลกจะแบ่งออกได้ทั้งหมด 5 ชั้น นั่นจึงเป็นปัจจัยสำคัญทำให้โลกเกิดความสมดุล เหมาะกับการดำรงชีวิต มีดาวบริวารคือดวงจันทร์ซึ่งเป็นตัวกำหนดการหมุนรอบตัวเองของโลก สิ่งนี้ก่อให้เกิดทั้งกลางวันกับกลางคืนอย่างเหมาะสม ต่างกับดาวเคราะห์หลายดวงที่ช่วงเวลากลางคืนมักยาวนานเกินไป นี่คืออีกจุดที่ทำให้โลกยังคงถูกเชื่อว่าเป็นดาวเคราะห์ในระบบสุริยะเพียงดวงเดียวที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ อีกทั้งทุกสิ่งที่อยู่รู้จักการปรับตัวเพื่อให้เกิดความเหมาะสมต่อสภาพอากาศ การมีน้ำจำนวนมากคืออีกปัจจัยทำให้โลกน่าอยู่อาศัย มีเหตุการณ์น้ำขึ้นน้ำลง สิ่งนี้ก่อให้เกิดความสมดุลกับดวงอาทิตย์เพราะตอนกลางวันอากาศจะไม่ร้อนเกินไปอีกทั้งกลางคืนอากาศจะไม่เย็นจนเกินไปเนื่องจากเกิดแสงตรงดวงจันทร์ แต่เหมือนกับเราทุกคนรู้กันดีว่าโลกประกอบไปด้วยพื้นน้ำถึง 70% หรือ 1 ใน 3 ของพื้นที่ทั้งหมด อีกทั้งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าพื้นน้ำจะค่อยๆ กลืนกินพื้นดินของโลกเข้าไปทีละเล็กทีละน้อย […]

คุณรู้ไหมการสำรวจดาวอังคารใช้เวลาเดินทางเท่าไหร่

ย้อนไปในวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 องค์การ NASA ได้ส่งยานอวกาศนาม Maven  ในวันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 เวลา 13:28 น.  ณ แหลม Canaveral  ฐานทัพอากาศสหรัฐอเมริกา รัฐ Florida เพื่ออกไปโคจรรอบดาวอังคาร  ยานอวกาศ Maven  ได้มุ่งหน้าสู่ดาวอังคาร โดยมีระยะห่างจากโลกประมาณ  22,526 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางถึง 10 เดือน และมันจะเข้าสู่วงโคจรของดาวอังคารในเดือนกันยายน พ.ศ. 2557 ยานอวกาศ Maven  ได้ติดตั้งอุปกรณ์ เพื่อใช้ในการสำรวจชั้นบรรยากาศของดาวอังคาร จากหลักฐานบนดาวอังคารแสดงให้เห็นว่าครั้งหนึ่งดาวนี้ เคยถูกปกคลุมไปด้วยบรรยากาศอันหนาแน่น  สอดประสานกับการค้นพบหลักฐานว่าเคยมีของเหลวไหลอยู่บนพื้นผิวของดาวอังคาร  แต่ปัจจุบันนี้พบว่าความดันของดาวอังคารบริเวณพื้นผิว เหลือเพียงแค่ 0.6% สภาพทางธรณีวิทยาของดาวอังคารยังเผยให้เห็นเส้นทางที่ถูกกัดเซาะของน้ำอย่างเห็นได้ชัด  โดยมีการพิสูจน์ให้เห็นว่า ในอดีตดาวเคราะห์ดวงนี้เคยมีบรรยากาศหนาแน่นมาก  ส่วนอธิบายที่ดีที่สุดสำหรับการสูญเสียความดันในขณะนี้ คือ ดาวอังคารได้ผ่านช่วงเวลาแห่งการกัดเซาะจากอนุภาค รวมทั้งเกิดการรั่วไหลอันเกิดจากผลของลมสุริยะ ยานอวกาศ Maven […]

เมื่อดาวเคราะห์มาอยู่เรียงกันจะมีผลเกี่ยวกับโลกไหม

ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในระบบสุริยะจักรวาลจริงๆ แล้วมีอยู่ด้วยกันมากมายขนาดที่ว่าโลกที่เราอาศัยอยู่ว่ากว้างใหญ่ไพศาลแล้วยังเทียบไม่ได้กับเศษเสี้ยวของแกแล็กซี่ทางช้างเผือกที่โลกของเราโคจรอยู่เลยด้วยซ้ำ ซึ่งถ้าให้เข้าใจกว้างขึ้นไปอีกแกแล็กซี่ทางช้างเผือกก็เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลไม่รู้จบ ดังนั้นปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับระบบสุริยะของเรามันยังมีอะไรให้ต้องเรียนรู้อีกมากมายอย่างกรณีที่มีการวิเคราะห์ว่า หากดาวเคราะห์ทั้งหมด 8 ดวง มาเรียงกันจะมีผลอะไรเกี่ยวกับโลกหรือไม่ ผลกระทบของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะจักรวาลหากมีการเรียงตัวกัน ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าระบบสุริยะจักรวาลของเรามีสิ่งที่เรายังไม่สามารถค้นพบได้อีกมากมาย ดังนั้นปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นแล้ว ยังไม่เกิดขึ้นแต่คาดว่าจะเกิดขึ้นทุกอย่างเป็นไปได้หมด ซึ่งตามหลักดาราศาสตร์ที่มีการวิเคราะห์ไปต่างๆ นานาก็ยังไม่สามารถหาข้อพิสูจน์หรือข้อสรุปอะไรที่แน่ชัดได้ แต่จากที่หลายๆ คนได้เคยวิเคราะห์เอาไว้เกี่ยวกับการเรียงตัวกันของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะจักรวาลก็คาดว่าต่อให้เกิดขึ้นจริงก็ไม่น่าจะส่งผลกระทบอะไรต่อโลกของเรามากนักไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม แผ่นดินไหว หรือโลกมีแต่ตอนกลางคืน แต่ในความเป็นจริงนักดาราศาสตร์ทั่วโลกจะรู้ดีอยู่แล้วว่าระบบสุริยะจักรวาลเป็นสิ่งที่มีระบบระเบียบด้านการเรียงตัวชัดเจนซึ่งเกิดจากแรงดึงดูดของดวงอาทิตย์ทำให้ดาวเคราะห์ทุกๆ ดวงถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ รวมไปถึงวงโคจรต่างๆ ของดาวเคราะห์ทุกดวงด้วย นั่นเพราะดวงอาทิตย์คือดาวฤกษ์ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบสุริยะจักรวาลของเรามาก มีอายุยาวนานกว่า 5,000 ล้านปี ห่างจากโลกเราราว 150 ล้าน กม. ดาวเคราะห์แต่ละดวงจะไม่มีแรงดึงดูดถึงกันจะมีการเกิดแรงดึงดูดได้เฉพาะกับดาวเคราะห์กับดาวบริวารเท่านั้น อย่างโลกของเรามีดวงจันทร์เป็นดาวบริวาร 1 ดวง ก็จะทำให้เกิดแรงดึงดูดเป็นปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เราสัมผัสกัน เอาเข้าจริงแล้วปรากฏการณ์ที่ว่าหากดาวเคราะห์เรียงตัวกันจะเกิดผลกระทบอะไรกับโลกหรือไม่ เหนือสิ่งอื่นใดคือหากจะเกิดอะไรขึ้นจริงก็ลองรอให้สิ่งที่ว่านี้เกิดขึ้นมาก่อนดีกว่า การคาดเดาต่างๆ นานาไม่ได้ทำให้เรามั่นใจได้ว่าสิ่งที่คิดเมื่อเกิดขึ้นจริงจะเป็นไปอย่างที่บอกทั้งหมด ในเมื่อยังไม่มีปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมาเลยก็ไม่มีใครสามารถให้คำตอบที่แน่ชัดได้ว่าจะเกิดหรือไม่เกิด ทั้งหมดเป็นเพียงการคาดเดา การวิเคราะห์เท่านั้นจากคนที่มีประสบการณ์

Earth-Evolution

ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะที่สิ่งมีชีวิตสามารถอาศัยอยู่ได้

หากว่ากันถึงดาวเคราะห์ในระบบสุริยะของเราโดยนับจากนักดาราศาสตร์ให้การยอมรับจะประกอบไปด้วยดาวพุธ, ดาวศุกร์, โลก, ดาวอังคาร, ดาวพฤหัสบดี, ดาวเสาร์, ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน แต่ถ้าเวลานี้ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะที่สามารถระบุได้เลยว่ามีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่คงมีแห่งเดียวเท่านั้นคือ โลก ของเรา เนื่องจากเราเองไม่สามารถวิเคราะห์ได้อย่างชัดเจนว่าจะมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อาศัยบนดาวดวงอื่นหรือไม่ด้วยเหตุผลหลายประการ ทั้งการเดินทางไปสำรวจยังทำไม่ได้ แม้มีการคาดเดาไปต่างๆ นานาทว่าในเมื่อมันยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดจึงหาข้อสรุปกันไม่ได้ โลก ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะที่สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ โลกถือเป็นดาวเคราะห์ห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลำดับที่ 3 อาจบอกได้ว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์สุดๆ เมื่อเวลานี้เรายังคงนับว่านี่คือดาวดวงเดียวในระบบสุริยะที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ หากคิดพื้นฐานง่ายๆ สุด บนโลกของเรามีทั้งน้ำ อากาศ และทรัพยากรธรรมชาติเหมาะสมเพื่อการดำรงชีวิต ส่งผลให้ดาวดวงนี้เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน บังเกิดสิ่งมีชีวิตจำนวนมากค่อยๆ สืบพันธุ์และอยู่อาศัยกันมากว่าหลายร้อยล้านปี จากการศึกษายังเชื่อด้วยว่าไดโนเสาร์คือกลุ่มสิ่งมีชีวิตกลุ่มแรกซึ่งอาศัยบนโลกใบนี้แต่ก็ยังไม่รวมสัตว์น้ำ แมลงและสัตว์สปีชีส์อื่นๆ อีกมาก เมื่อมีการแบ่งชั้นบรรยากาศของโลกจะแบ่งออกได้ทั้งหมด 5 ชั้น นั่นจึงเป็นปัจจัยสำคัญทำให้โลกเกิดความสมดุล เหมาะกับการดำรงชีวิต มีดาวบริวารคือดวงจันทร์ซึ่งเป็นตัวกำหนดการหมุนรอบตัวเองของโลก สิ่งนี้ก่อให้เกิดทั้งกลางวันกับกลางคืนอย่างเหมาะสม ต่างกับดาวเคราะห์หลายดวงที่ช่วงเวลากลางคืนมักยาวนานเกินไป นี่คืออีกจุดที่ทำให้โลกยังคงถูกเชื่อว่าเป็นดาวเคราะห์ในระบบสุริยะเพียงดวงเดียวที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ อีกทั้งทุกสิ่งที่อยู่รู้จักการปรับตัวเพื่อให้เกิดความเหมาะสมต่อสภาพอากาศ การมีน้ำจำนวนมากคืออีกปัจจัยทำให้โลกน่าอยู่อาศัย มีเหตุการณ์น้ำขึ้นน้ำลง สิ่งนี้ก่อให้เกิดความสมดุลกับดวงอาทิตย์เพราะตอนกลางวันอากาศจะไม่ร้อนเกินไปอีกทั้งกลางคืนอากาศจะไม่เย็นจนเกินไปเนื่องจากเกิดแสงตรงดวงจันทร์ แต่เหมือนกับเราทุกคนรู้กันดีว่าโลกประกอบไปด้วยพื้นน้ำถึง 70% หรือ 1 ใน 3 ของพื้นที่ทั้งหมด อีกทั้งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าพื้นน้ำจะค่อยๆ กลืนกินพื้นดินของโลกเข้าไปทีละเล็กทีละน้อย […]

spherepicturenew

การค้นพบดาวเคราะห์ 7 ดวง คาดว่าสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่

อีกหนึ่งก้าวสำคัญของหมู่มวลมนุษยชาติ เมื่อ NASA  ค้นพบระบบสุริยะใหม่ อันประกอบด้วยดาวฤกษ์ 1 ดวง กับดาวเคราะห์อีก 7 ดวง โดยใน 3 ดวงนี้สิ่งมีชีวิตสามารถอาศัยได้ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 NASA ได้ตั้งโต๊ะจัดงานแถลงข่าว ณ Washington dc ประเทศสหรัฐฯ มีการเปิดเผยถึงการค้นพบอันยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ โดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Spitzer ได้ทำการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ โดยมีขนาดใกล้เคียงกับโลก ทั้งหมด 7 ดวง โคจรรอบดาวฤษ์ 1 ดวง ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับระบบสุริยะที่เราอาศัยอยู่ขณะนี้  ระบบสุริยะเหล่านี้อยู่ห่างจากโลก ประมาณ 378 ล้านล้านกิโลเมตร ในกลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ ระบบสุริยะนี้มีชื่อเรียกว่า TRAPPIST-1 โดยมาจากชื่อของกล้องโทรทรรศน์ The Transiting Planets and Planetesimals Small Telescope ในประเทศ Chile  เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี […]

ทำความรู้จักดาวเคราะห์ทั้ง 8 ในระบบสุริยะ

ระบบสุริยะจักรวาลเป็นสิ่งที่น่าสนใจไม่น้อยในมุมมองของการค้นหาด้านความน่าสนใจต่างๆ เพราะนอกจากโลกของเราแล้วนักดาราศาสตร์เองก็ได้มีการวิเคราะห์ถึงดาวเคราะห์ต่างๆ อีก 7 ดวงที่มีศูนย์กลางคือดวงอาทิตย์ มาทำความรู้จักกับดาวเคราะห์ทั้ง 8 ดวงดีกว่าว่ามีอะไรกันบ้าง ดาวเคราะห์ทั้ง 8 ที่สำคัญของระบบสุริยะ ดาวพุธ – เป็นดาวที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด ไร้ดาวบริวาร เป็นดาวเคราะห์ขนาดเล็กที่สุดในระบบสุริยะจักรวาล ใช้เวลาโคจรรอบดวงอาทิตย์ 88 วัน แต่หมุนรอบตัวเองใช้เวลา 180 วัน ดาวพุธได้รับฉายาว่า เตาไฟแช่แข็ง ดาวศุกร์ – ดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้โลกมากที่สุด ไม่มีดวงจันทร์เป็นบริวารเหมือนโลก ขนาดใกล้เคียงโลกมากแต่เล็กกว่านิดหน่อย มักเรียกว่านี่คือดาวฝาแฝดของโลก เวลาใกล้ค่ำหากเห็นดาวศุกร์จะเรียกว่า ดาวประจำเมือง แต่ถ้ารุ่งสางจะเรียกว่า ดาวรุ่ง โลก – คาดว่าเป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ เพราะมีชั้นบรรยากาศ มีระยะห่างจากดวงอาทิตย์เหมาะแก่การเจริญเติบโต การมีชีวิตอยู่ เกิดจากการรวมตัวของก๊าซ มีการเคลื่อนที่สลับซับซ้อน มีดวงจันทร์ 1 ดวงเป็นบริวาร ดาวอังคาร – พื้นผิวของดาวอังคารมักมีพายุฝุ่น และปรากฏการณ์เมฆบ่อยๆ มีลักษณะพร้อมองค์ประกอบใกล้เคียงโลก เช่น หมุนรอบตัวเองใช้เวลา 6 ชม. มีดวงจันทร์เป็นบริวาร […]

Little_star

ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะที่เล็กที่สุดในโลก

 เรื่องระบบสุริยะยังมีอะไรน่าสนใจให้ได้ทำความรู้จักกันอีกมากมาย เรียกว่าหลายคนค่อนข้างให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ค่อนข้างมาก ส่วนหนึ่งอาจมาจากมันมองเหมือนเป็นเรื่องไกลตัวแต่มันก็ใกล้ตัวไม่น้อยเช่นกัน อย่างดาวที่มีขนาดเล็กที่สุดในระบบสุริยะจักรวาลของเราคือดาวพุธ ซึ่งดาวดวงนี้ยังมีอะไรน่าสนใจอีกมากมายให้ทุกคนได้ทำการศึกษากัน ดังนั้นลองมาทำความรู้จักกับดาวที่ได้ชื่อว่าเล็กที่สุดในระบบสุริยะกันดู ดาวพุธ ดาวเคราะห์ที่เล็กที่สุดในระบบสุริยะ หากเทียบกับดวงดาวทุกดวงในระบบสุริยะ ดาวพุธถือเป็นดาวที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดรวมถึงมีขนาดเล็กมากที่สุด ระยะเวลาในการโคจรรอบดวงอาทิตย์คือ 87,969 วัน มักปรากฏอยู่ใกล้ๆ หรือใต้แสงจ้าของดวงอาทิตย์จึงสังเกตเห็นค่อนข้างยาก เป็นดาวที่ไม่มีบริวาร มนุษย์เคยส่งยานอวกาศลำเดียวที่ขึ้นไปสำรวจดางดวงนี้ได้ในระยะใกล้ที่สุดคือ ยานมาริเนอร์ 10 ตั้งแต่ช่วงปี 2517 – 2518 อีกทั้งยังทำแผนที่พื้นผิวของดาวพุธได้แค่ราวๆ 40 – 45% เท่านั้น ลักษณะพื้นผิวโดยทั่วไปของดาวพุธมีความขรุขระเพราะเกิดจากการพุ่งชนของอุกกาบาต ยิ่งไม่มีดวงจันทร์เป็นบริวารยิ่งทำให้ไร้แรมโน้มถ่วงมากพอเพื่อสร้างชั้นบรรยากาศ มีแกนเป็นเหล็กขนาดยักษ์ก่อให้เกิดสนามแม่เหล็กความเข้มข้นราว 1% ของสนามแม่เหล็กโลกโอบล้อมดาวพุธเอาไว้ บรรยากาศของดาวพุธมีความเบาบางและเสถียรภาพต่ำมากเนื่องจากมีขนาดเล็กจนไร้แรงดึงดูดให้มากพอในการกักเก็บอะตอมของก๊าซไว้ ดังนั้นชั้นบรรยากาศของดาวพุธจะประกอบไปด้วยไฮโดรเจน, ออกซิเจน, ฮีเลียม, แคลเซียม, โซเดียม, โพแทสเซียม และน้ำ ความดันบรรยากาศราว 10 -14 บาร์ อีกทั้งบรรยากาศของดาวดวงนี้จะมีการสูญเสียพร้อมถูกทดแทนตลอดเวลาเกิดจากแหล่งที่มาหลายๆ แหล่ง เช่น ไฮโดรเจนและฮีเลียมอาจมาจากลมสุริยะแล้วแพร่เข้าสู่สนามแม่เหล็กของดาวพุธก่อนหลุดออกจากชั้นบรรยากาศไป การสลายตัวของสารกัมมันตรังสีจากแกนของดวงดาวก็อาจเป็นอีกช่องทางในการเติมเต็มฮีเลียม, โซเดียม และโพแทสเซียมให้กับบรรยากาศของดาวดวงนี้ อีกเรื่องน่าสนใจคือดาวพุธไม่เคยถูกแสงแดดแบบโดยตรงเลยเพราะการสำรวจเผยให้เห็นถึงแถบสะท้อนเรดาร์ขนาดยักษ์อยู่ตรงขั้วของดาวโดยน้ำแข็งเป็นสารเพียงไม่กี่ชนิดที่สะท้อนเรดาร์ออกมาได้ดีแบบนี้ เชื่อกันว่าน้ำแข็งนี้อยู่ลึกลงไปใต้พื้นผิวแค่ไม่กี่เมตร […]